วิสัยทัศน์       ความเป็นมา       คณะกรรมการของสมาคม       กิจกรรมสมาคม       เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง       ติดต่อสมาคม   
 
 
 

  หน้าแรก
  ข่าวสารและกิจกรรม
  พฤศจิกายน 2560
  เมษายน 2557
  พฤษภาคม 2557
  มีนาคม 2557
  มกราคม 2557
  ธันวาคม 2556
  พฤศจิกายน 2556
  ตุลาคม 2556
  กันยายน 2556
  กรกฏาคม 2556
  สิงหาคม 2556
  กุมภาพันธ์ 2556
  พฤษภาคม 2556
  เมษายน 2556
  มกราคม 2556
  สิงหาคม 2555
  กรกฏาคม 2555
  ธันวาคม 2555
  มิถุนายน 2555
  พฤษภาคม 2555
  เมษายน 2555
  มีนาคม 2555
  กุมภาพันธ์ 2555
  มกราคม 2555
  ธันวาคม 2554
  พฤศจิกายน 2554
 
ถาม-ตอบ ไขข้อสงสัย
  สมาชิก
  ข้อมูลทางวิชาการ
  การพยาบาลอาชีวอนามัย
  อาชีวอนามัย
  งานวิจัย
  งานวิจัยอาจารย์
  งานวิจัยพยาบาล
  วิทยานิพนธ์
  ผู้ให้การสนับสนุนสมาคม
 
ประวัติการพยาบาลอาชีวอนามัยในประเทศไทย

รองศาสตราจารย์ประวิตร ระเบียบ*
          การพยาบาลในสถานพยาบาลของโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งในปัจจุบันคือการพยาบาล อาชีวอนามัยในระยะแรกนั้น ได้เริ่มต้นด้วยการดูแลรักษาพยาบาลพนักงานและคนงานหรือผู้ใช้แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่ และได้มีวิวัฒนาการมาพร้อมกับการพัฒนาทางอุตสาหกรรมในประเทศแถบทวีปยุโรปและอเมริกา พยาบาลผู้ปฏิบัติงานในห้องพยาบาลของโรงงานอุตสาหกรรมได้ทุ่มเทความรู้ ความสามารถ ทักษะ ความอดทน และความตั้งใจมั่นในการปฏิบัติงาน เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในความสำคัญของการพยาบาลสาขาโรงงานอุตสาหกรรม (Industrial nurse) คือการพยาบาลเฉพาะทาง (Specialized nursing) หรือการพยาบาลสาขาโรงงานอุตสาหกรรมก็ได้มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2397 (ค.ศ. 1854) ซึ่งเป็นสมัยที่มิสฟลอเรนซ์ ไนติเกล ผู้เริ่มวิชาชีการพยาบาลในประเทศอังกฤษได้ปฏิรูปการพยาบาลของประเทศอังกฤษ และได้ขยายบทบาทพยาบาลในด้านการดูแลคนงานที่ป่วยจากการทำงานตามบ้าน ซึ่งนับว่าเป็นการเริ่มต้นของการพยาบาลในโรงพยาบาลอุตสาหกรรม

          สำหรับประเทศไทยนั้น เมื่อ พ.ศ. 2480 ชาวอังกฤษได้เข้ามาลงทุนสร้างโรงงานอุตสาหกรรมผลิตบุหรี่ชนิดต่าง ๆ เพื่อจำหน่ายให้แก่ประชาชนทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน โรงงานนี้ตั้งอยู่ที่ถนนตก เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ คนทั่วไปรู้จักโรงงานนี้ในชื่อ “โรงงานยาสูบ”

          หลังจากสร้างโรงงานเสร็จ ทางโรงงานได้จัดให้มีห้องปฐมพยาบาลในโรงงานและมีพยาบาลประจำ 2 คน คือ นางสาวอนันต์ สนธยานนท์ และ นางสาวฉัตรา ยุวนากร เพื่อให้การปฐมพยาบาล และดูแลรักษาเบื้องต้นแก่พนักงานและคนงานที่บาดเจ็บและเจ็บป่วยในระหว่างการทำงาน

          เมื่อ พ.ศ. 2482 ได้เกิดมหาสงครามเอเชียบูรพา กองทัพจากประเทศญี่ปุ่นได้เข้ามาในประเทศไทย และเข้าใช้อาคารสถานที่ทั้งของราชการและเอกชนเป็นที่อยู่ของทหารและสำนักงาน

* วท.บ. การพยาบาลสาธารณสุข
MPH.<Social Medicine., Israel
สศม. (สังคมสงเคราะห์ศาสตร์) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
DSA. <Health Service Administration>Leedss University. UK
อดีตรองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล
ผู้ก่อตั้งชมรมวิชาชีพพยาบาลอาชีวอนามัย (9 มิถุนายน 2528)

ในการสงคราม รัฐบาลไทยจึงได้เข้ายึดโรงงานยาสูบเป็นของราชการและกระทรวงการคลังเข้าดำเนินการต่อจนถึงปัจจุบัน

          พ.ศ. 2490 ทางโรงงานยาสูบได้จัดตั้งสถานพยาบาลเพื่อให้บริการรักษาพยาบาล โดยมีทั้งแพทย์และพยาบาลปฏิบัติงานด้านรักษาพยาบาล ปฐมพยาบาล ป้องกันโรคและอุบัติเหตุจากการทำงาน แต่ยังคงมีพยาบาลทำงานในห้องปฐมพยาบาลในโรงงาน คือ นางลักษณา จันทรินทร์

          พ.ศ. 2503 ได้มีการตั้งโรงพยาบาลโรงงานยาสูบ เพื่อให้การรักษาพยาบาลแก่พนักงานและคนงานอย่างเต็มรูปแบบ มีการแบ่งแผนกผู้ป่วยและมีแพทย์พยาบาลประจำเช่นเดียวกับโรงพยาบาลทั่วไป และยังคงจัดให้มีพยาบาลประจำห้องปฐมพยาบาลในโรงพยาบาลเหมือนเดิมพยาบาลจะให้บริการปฐมพยาบาล รักษาพยาบาล แก่คนงานเฉลี่ยวันละ 30-50 คน ในกรณีที่คนงานเจ็บป่วยและทางโรงพยาบาลไม่มีแพทย์เฉพาะทาง คนงานป่วยจะถูกส่งตัวไปรักษาต่อเนื่องตามโรงพยาบาลที่มีแพทย์เฉพาะทางต่อไป

          นอกจากการให้บริการปฐมพยาบาลและรักษาพยาบาล แล้วพยาบาลประจำห้องปฐมพยาบาลจะช่วยตรวจสุขภาพประจำปีแก่พนักงานและคนงาน รวมทั้งการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตรวจปัสสาวะเพื่อเป็นการเฝ้าระวังโรคจากการทำงานอีกด้วย(1)

นางจิตอนงค์ อรรถเวทยวรวุฒิ
           พยาบาลประจำโรงงานในสมัยเริ่มแรก ไม่มีความรู้ในเรื่องการพยาบาลในโรงงานอุตสาหกรรมและไม่เคยได้รับการอบรมในเรื่องนี้ แต่ได้ทำงานด้านการปฐมพยาบาล และการรักษาพยาบาลและป้องกันโรคบ้างในโรงงานบางโรงงานเท่านั้น

           พยาบาลคนแรกที่เข้าทำงานในห้องพยาบาลของบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย คือ นางจิตอนงค์ อรรถเวทยวรวุฒิ ซึ่งหลังจากเข้าทำงานระยะหนึ่งได้เข้ารับการอบรมระยะสั้น (7 ชั่วโมง) เรื่องการจัดบริการอาชีวอนามัยในโรงงานอุตสาหกรรม จากกองอาชีวอนามัย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข




(1) ข้อมูลทั้งหมดได้จากการสัมภาษณ์ นางลักขณา จันทรินทร์ อดีตหัวหน้ากองการพยาบาล โรงพยาบาลโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ซึ่งปฏิบัติงานในช่วง พ.ศ. 2518-2528

           นอกจากบริษัทเชลล์ แห่งประเทศไทย ยังมีบริษัทลีเวอร์ บราเธอร์ส ประเทศไทย จำกัด ได้จ้างพยาบาลสาธารณสุขเข้าทำงานในห้องพยาบาลของโรงงาน คือ นางสาวรัศมี ยืนยง

           โรงงานเอกชนอีกแห่งหนึ่ง คือ บริษัทผลิตถ่านไฟฉายแสงไฟฟ้าแบตเตอรี่ (กรุงเทพ) จำกัด มีพยาบาลประจำในห้องปฐมพยาบาลเช่นเดียวกัน คือ นางเสริมสุข โทณะวณิก

           โรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรปราการ นนทบุรีและปทุมธานี บางโรงงานได้ จ้างพยาบาลเข้าทำงานดูแลด้านการปฐมพยาบาลและรักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่คนงานเช่นกัน

           พ.ศ. 2501 องค์กรของรัฐได้เริ่มงานอาชีวอนามัยขึ้นเป็นครั้งแรก โดยกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุขได้ส่งแพทย์ไปร่วมประชุมเรื่องงานอาชีวอนามัยที่เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย

           ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2502-2505 องค์การอนามัยโลก (WHO) และทุนโคลอมโบได้ให้ทุนศึกษาดูงานด้านอาชีวอนามัยที่ประเทศอังกฤษ แคนาดาและเนเธอร์แลนด์ แก่นายแพทย์ 2 คนและพยาบาล 1 คน คือ นายแพทย์อุดม เอกตาแสง และ นายแพทย์ปภัสร พิศาลพงษ์ ส่วนพยาบาลคือ นางสาวประไพวรรณ เจียมเจริญ

           หลังจากแพทย์-พยาบาลได้ศึกษาดูงานด้านอาชีวอนามัยจากต่างประเทศแล้ว ได้เริ่มปฏิบัติงานด้านอาชีวอนามัยที่กองช่างสุขาภิบาล มีการจัดทีมแพทย์ –พยาบาลออกตรวจเยี่ยมโรงงานอุตสาหกรรมทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียง มีการสำรวจสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในโรงงาน ดูกระบวนการทำงานของคนงาน การจัดบริการอาชีวอนามัยในโรงงานพร้อมกันนี้ได้ให้คำปรึกษาและแนะนำเพื่อแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องในด้านสิ่งแวดล้อมในการทำงานเช่น การตรวจเยี่ยมโรงงานแป้งมันสำปะหลังที่จังหวัดชลบุรี นอกจากนี้มีการตรวจสุขภาพคนงานเพื่อค้นหาโรคจากการทำงาน การตรวจผู้ป่วยที่แพ้สารพิษจากแร่แมงกานีส ในเหมืองแร่และโรงงานผลิตถ่ายไฟฉาย การตรวจสาเหตุของคนงานที่ป่วยจำนวน 44ราย และตาย 2 รายที่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี เนื่องจากการใช้สารพิษฆ่าแมลง

           การปฏิบัติงานอาชีวอนามัยของพยาบาลในระยะนั้น นางสาวประไพวรรณ เจียมเจริญ ได้ร่วมทีมกับแพทย์ออกตรวจเยี่ยมโรงงานอุตสาหกรรม และได้ให้คำแนะนำในการจัดห้องปฐมพยาบาลอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับสถานสภาพของโรงงาน แต่มีการจัดอบรมระยะสั้น 1 วันแก่พยาบาลประจำโรงงานเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้น เนื้อหาของการอบรมคือ เรื่องการจัดบริการรักษาพยาบาล ปฐมพยาบาลและป้องกันโรคและอุบัติเหตุจากการทำงาน

           พ.ศ. 2509 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอโครงการอาชีวอนามัยต่อรัฐบาลรัฐบาลเข้าในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2510-2514)

           พ.ศ. 2511 กระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งคณะกรรมการประสานงานอาชีวอนามัยแห่งชาติ คณะกรรมการประสานงานการฝึกอบรมด้านอาชีวอนามัย และคณะกรรมการปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานอาชีวอนามัยในโรงงานขึ้น เพื่อให้การดำเนินงานอาชีวอนามัยมีประสิทธิภาพดียึ่งขึ้น

           พ.ศ. 2514 กรมอนามัยได้จัดตั้ง “ศูนย์อาชีวอนามัยภาคกลาง” ซึ่งในปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์ศึกษาและสาธิตบริการอาชีวอนามัย” ตำบลสำโรงใต้ ตำบลพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นศูนย์บริการคนงานและครอบครัว ทำการศึกษาวิจัยอันตรายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นแก่คนงานและให้การศึกษาและฝึกอบรมแก่หัวหน้าคนงาน เจ้าของโรงงานและเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

           สำหรับพยาบาลอาชีวอนามัยคนแรกที่เข้าปฏิบัติงานอาชีวอนามัย คือ นางแสงจันทร์ อนันตมี เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2522 และทางราชการได้ส่งไปศึกษาอบรมเกี่ยวกับการดำเนินงานอาชีวอนามัยที่ประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และอิตาลี

           เมื่อ พ.ศ. 2515 ได้มีประกาศของกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการสำหรับคนงานหรือลูกจ้าง คือ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องจัดให้มีน้ำสะอาดสำหรับดื่ม มีห้องน้ำ ห้องส้วม ปัจจัยปฐมพยาบาลและปัจจัยการรักษาพยาบาล ห้องรักษาพยาบาล สถานพยาบาล แพทย์ พยาบาลและยานพาหนะสำหรับส่งคนงานป่วย ทั้งนี้จำนวนแพทย์ พยาบาล และปัจจัยการรักษาพยาบาล ขึ้นอยู่กับจำนวนคนงานหรือลูกจ้างในสถานประกอบการแต่ละแห่ง ถ้ามีคนงานจำนวน 200 คนขึ้นไปจะต้องมีพยาบาลประจำอย่างน้อย 1 คน จึงได้มีการรับพยาบาลเข้าทำงานในสถานประกอบการในสถานประกอบการ บริการพยาบาลที่ให้ส่วนมากคือ การปฐมพยาบาลและการรักษาพยาบาลเบื้องต้นในกรณีที่ไม่มีแพทย์ประจำ จึงนับได้ว่าเป็นการเริ่มต้นของงานพยาบาลอาชีวอนามัยอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง(2)

           พ.ศ. 2524 นางวราศรี สีตลพฤกษ์ พยาบาลอนามัยได้เข้าปฏิบัติงานที่ศูนย์อาชีวอนามัยฯ ร่วมกับนางแสงจันทร์ อนันตมี การทำงานอาชีวอนามัยของพยาบาลอนามัยทั้ง 2 คน เป็นงานด้านการตรวจสุขภาพคนงานร่วมกับแพทย์ รวมทั้งการเก็บตัวอย่างปัสสาวะและเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการนอกจากนี้มีการจัดอบรมพยาบาลผู้ปฏิบัติงานในโรงงานอุตสาหกรรม เรื่องการจัดห้องพยาบาล การปฐมพยาบาล การให้บริการรักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่คนงาน

(2) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประวิตร ระเบียบ พยาบาลอนามัยชุมชนในงานอาชีวอนามัย เอกสารสอบชุดวิชากรณีเลือกสรรการพยาบาลอนามัยชุมชน หน่วยที่ 8-15 สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พิมพ์ครั้งที่ 1 โรงพิมพ์บำรุงศิลป์ พ.ศ. 2528

นางวราศรี สีตลพฤกษ์ิ
           พ.ศ. 2527 นางวราศรี สีตลพฤกษ์ ได้ย้ายเข้าไปทำงานในกองอาชีวอนามัย และทำงานเฝ้าระวังโรคสารตะกั่วเป็นพิษ และ Silicosis จัดอบรมพยาบาลโรงงาน เรื่องการใช้เครื่องมือตรวจสุขภาพ เช่น Spirometer

           ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ นางนิเวศน์ ปัจจุสมัย จากกองสาธารณสุขภูมิภาคได้จัดอบรมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและพยาบาลในส่วนภูมิภาค เรื่องการทำงานอาชีวอนามัยเช่นกัน



การศึกษาการพยาบาลอาชีวอนามัย

           สำหรับการจัดการศึกษาอบรมเรื่องการพยาบาลในโรงงานอุตสาหกรรม หรือพยาบาลอาชีวอนามัยในระยะแรกนั้น เมื่อ พ.ศ. 2511 รองศาสตราจารย์ ดร. ประภา ลิ้มประสูติ อาจารย์ประจำภาควิชาพยาบาลสาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เป็นผู้สอนวิชาการพยาบาลในโรงงานอุตสาหกรรม (Industrial nursing) ขึ้นในหลักสูตรอนุปริญญาพยาบาลสาธารณสุข นอกจากการสอนภาคทฤษฎีแล้ว ได้พานักศึกษาออกศึกษาดูงานในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตกระดาษในกรุงเทพฯ ด้วย

           ต่อจากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร. ไพจิตร กสิวัฒน์ ได้เป็นผู้รับผิดชอบจัดการเรียนการสอนวิชาการพยาบาลโรงงานอุตสาหกรรม โดยจัดเป็นวิชาการพยาบาลเฉพาะทาง สำหรับนักศึกษาหลักสูตรอนุปริญญาพยาบาลสาธารณสุข และวท.บ. (พยาบาลสาธารณสุข) และเปลี่ยนชื่อวิชาเป็นวิชาการพยาบาลอาชีวอนามัย

           ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยพยาบาลหลายแห่งได้จัดให้มีการสอนเรื่อง อาชีวอนามัยและการพยาบาลอาชีวอนามัยสอดแทรกในหลักสูตรการพยาบาลพื้นฐาน และผู้ที่รับผิดชอบและปรับปรุงหลักสูตรการพยาบาลอาชีวอนามัยสำหรับนักศึกษาพยาบาลหลักสูตร วท.บ(พยาบาลสาธารณสุข) และนักศึกษาหลักสูตร วท.บ. สาธารณสุขศาสตร์ สาขาการพยาบาลสาธารณสุข คือ รองศาสตราจารย์ ประวิตร ระเบียบ

           พ.ศ. 2522 รองศาสตราจารย์ ประวิตร ระเบียบและคณะได้รับทุนจาก China Medical Board เพื่อทำการศึกษาวิจัยเรื่อง บทบาทและหน้าที่ของพยาบาลประจำโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี ผลของการวิจัยปรากฏว่า พยาบาลส่วนมากซึ่งทำงานในโรงพยาบาลอุตสาหกรรม ไม่มีความรู้ในเรื่องการพยาบาลอาชีวอนามัยและต้องการที่จะเข้าศึกษาอบรมในเรื่องการพยาบาลอาชีวอนามัย เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการทำงานให้ถูกต้อง

           พ.ศ. 2527 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้เชิญคณาจารย์จากภาควิชาพยาบาลสาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เข้าร่วมผลิตตำราทางด้านการพยาบาลอนามัยชุมชน สำหรับการพยาบาลอาชีวอนามัยนั้น รองศาสตราจารย์ ประวิตร ระเบียบและอาจารย์จรรยา เสียงเสนาะ เป็นผู้ร่วมผลิต เพื่อใช้สอนทางไกลหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ และพิมพ์เผยแพร่เมื่อ พ.ศ. 2528

           พ.ศ. 2528 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้อนุมัติให้รองศาสตราจารย์ประวิตร ระเบียบ ไปประชุมเสนอผลงานวิจัยในการประชุม Asian Conference On Occupational Health ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นการประชุมของนักอาชีวอนามัยจากทั่วโลก และการเข้า ร่วมประชุม ครั้งนี้ทำให้อาจารย์พยาบาลอาชีวอนามัยจากประเทศไทย เป็นที่รู้จักของพยาบาล อาชีวอนามัยในต่างประเทศ

           พ.ศ. 2530 มีการประชุม International Congress on Occupational Health ที่นคร Sydney ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งรองศาสตราจารย์ ประวิตร ระเบียบ ได้เข้าร่วมประชุมเสนอผลงานวิจัยทางการพยาบาลอาชีวอนามัยเช่นกัน

           จากการได้เข้าร่วมประชุมทั้ง 2 ครั้ง ทำให้พยาบาลและแพทย์จากประเทศต่าง ๆ ได้รู้จักและทราบว่ามีหลักสูตรพยาบาลอาชีวอนามัยเปิดสอนในประเทศไทยแล้ว และทำให้ได้รับความร่วมมือจากพยาบาลอาชีวอนามัยในประเทศออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกาในการจัดศึกษาดูงานของนักศึกษาในประเทศออสเตรเลีย และได้รับเครื่องมือตรวจสมรรถภาพการได้ยินจากประเทศออสเตรเลีย 1 เครื่อง อนึ่งอาจารย์พยาบาล Dr. Mary K. Salazar จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ซึ่งสอนการพยาบาลอาชีวอนามัยเป็นเวลา 1 ปี รวมทั้งเขียนตำราทางการพยาบาลอาชีวอนามัยอีกหลาย เล่ม ทั้งได้ส่งนักศึกษาระดับปริญญาโททางการพยาบาล 2 คน มาศึกษาดูงานด้านการพยาบาล อาชีวอนามัยที่ภาควิชาพยาบาลสาธารณสุขเป็นเวลา 2 เดือน

           พ.ศ. 2533 มีการศึกษาความต้องการผลิตพยาบาลอาชีวอนามัย โดยการประชุมร่วมระหว่างคณาจารย์ของภาควิชาสาธารณสุขและภาควิชาอาชีวอนามัย รวมทั้งการถามความคิดเห็นจากคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ รองศาสตราจารย์ ดร.ทัศนา บุญทอง และนายแพทย์ขจิต ชูปัญญา จากสำนักงานอนามัย กรุงเทพมหานคร

           พ.ศ. 2534 ภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์ได้รับอนุมัติจากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดลให้เปิดหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางคือ หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตสาธารณสุขศาสตร์ สาขาการพยาบาลอาชีวอนามัย เป็นหลักสูตร 1 ปี สำหรับพยาบาลผู้ปฏิบัติงานในโรงงานอุตสาหกรรม พยาบาลซึ่งทำงานในกระทรวงสาธารณสุขและทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ โดยมีวัตถุประสงค์ มุ่งผลิตพยาบาลอาชีวอนามัยให้มีความรู้ ความสามารถ ดังนี้

1. วิเคราะห์ปัญหาสุขภาพและปัจจัยที่เป็นสาเหตุของปัญหาที่เกิดจากการประกอบอาชีพทั้งด้านอุตสาหกรรมเกษตรกรรมและงานอื่น ๆ
2. มีทักษะในการประเมินสุขภาพ โดยใช้เครื่องมือพิเศษบางชนิดได้อย่างถูกต้องรวมถึงประเมินสุขภาพอนามัยของผู้ประกอบอาชีพอย่างถูกต้อง
3. เข้าใจหลักการทั่วไปและวิธีป้องกันอันตรายจากการประกอบอาชีพ การใช้เครื่องป้องกันอันตรายส่วนบุคคลอย่างถูกต้อง เหมาะสม
4. วางแผนให้บริการส่งเสริมป้องกันรักษาพยาบาลเบื้องต้น ฟื้นฟูสุขภาพแก่ผู้ประกอบอาชีพ ดำเนินการให้บริการและประเมินคุณภาพของบริการ
5. สอนฝึกอบรมด้านสุขภาพอนามัยและร่วมอบรมเรื่องความปลอดภัยในการทำงานแก่ผู้ประกอบอาชีพ
6. แนะนำและเป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพอนามัยแก่ผู้ประกอบอาชีพและผู้ที่เกี่ยวข้อง
7. ร่วมวางแผนงานและประสานงานอาชีวอนามัยได้ทุกระดับ
8. วิเคราะห์ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับงานอาชีวอนามัยและแนวทางแก้ไข ตลอดจนนำผลวิจัยที่เกี่ยวข้องไปใช้ในการวางแผนปฏิบัติงาน
9. ตระหนักในคุณค่ามนุษย์และสิทธิมนุษยชน ตลอดจนแสดงออกถึงการมีจริยธรรม ในการปฏิบัติการพยาบาล มีความสามารถพัฒนาตนเองและรับผิดชอบต่อวิชาชีพ

           ในการศึกษาภาคปฏิบัติของนักศึกษาพยาบาลอาชีวอนามัยรุ่น 1 ทางหลักสูตรได้ขอทุน China Medical Board จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ จ้างที่ปรึกษาคือ Miss Nancy Bundle อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการพยาบาลอาชีวอนามัยจาก School of Biological Science, Sydney Institute of technology ประเทศออสเตรเลีย มาช่วยวางหลักการและช่วยสอนการฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นเวลา 1 เดือน

           นักศึกษารุ่นที่ 1 ซึ่งเรียนจบหลักสูตรแล้วได้มีโอกาสไปศึกษาอบรมเรื่อง การจัดบริการพยาบาลอาชีวอนามัยในกรุงซิดนีย์และเมลเมอร์น ประเทสออสเตรเลียเป็นเวลา 2 สัปดาห์และออกค่าใช้จ่ายเอง โดยรองศาสตราจารย์ประวิตร ระเบียบ เป็นผู้ติดต่อประสานงานกับ Miss Nancy Bandle ผู้รับผิดชอบหลักสูตรประกาศนียบัตรพยาบาลอาชีวอนามัยที่ School of Biological Sscience, Sydney Institute of Technology และ Miss Nancy Bundle เป็นผู้จัดการศึกษาดูงานใน Sydney และ Mrs. Margaret Matthews จากฝ่ายพยาบาลอาชีวอนามัยโรงงานผลิต ไฟฟ้าที่ Morwell รัฐ Victoria เป็นผู้ติดต่อจัดให้นักศึกษาได้เข้าศึกษาดูงานในโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ ในกรุง Sydney, Morwell และเมลเบอร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2535 ในการนี้ผู้อำนวยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่ Morwell ได้ให้ทุนศึกษาดูงานแก่อาจารย์และนักศึกษาทางด้าน อาชีวอนามัยที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต Morwell เป็นเวลา 2 เดือน

           พ.ศ. 2535 สภาการพยาบาลแห่งประเทศไทย ให้ทุนการศึกษาวิจัย เรื่องการศึกษาลักษณะการใช้และการกระจายบุคลากรทางการพยาบาลในสถานประกอบการแก่ รองศาสตราจารย์ ดร.ประภา ลิ้มประสูติ และคณาจารย์ผู้สอนวิชานี้และพยาบาลอาชีวอนามัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของพยาบาลในสถานประกอบการและนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการเตรียมการสอนการพยาบาลอาชีวอนามัยด้วย
เนื่องจากพยาบาลประจำโรงงานอุตสาหกรรม และพยาบาลจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมีความต้องการศึกษาด้านการพยาบาลอาชีวอนามัยเพิ่มมากขึ้น จึงได้มีการจัดการศึกษาอบรมเพิ่มขึ้นในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยบูรพา

           พ.ศ. 2542 ผู้ช่วยศาสตราจารย์รุจิภาส ภู่สว่าง อาจารย์ภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ริเริ่มจัดหลักสูตรระยะสั้น (3 เดือน) สำหรับพยาบาลประจำโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
ต่อมา พ.ศ. 2545 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เปิดสอนหลักสูตรมหาบัณฑิตทางด้านการพยาบาลอาชีวอนามัย

           พ.ศ. 2543 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ฉันทนา จันทวงศ์ จากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี และคณาจารย์ได้เปิดหลักสูตรพยาบาลอาชีวอนามัยระยะสั้นสำหรับพยาบาลประจำโรงงานอุตสาหกรรมและจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ต่อมาได้เปิดสอนหลักสูตรมหาบัณฑิตทางด้านการพยาบาลอาชีวอนามัยเช่นกัน

การก่อตั้งชมรมวิชาชีพพยาบาลอาชีวอนามัย

           พ.ศ. 2528 ก่อนเปิดสอนหลักสูตรใหม่ ประกาศนียบัตรบัณฑิตสาธารณสุขศาสตร์ สาขาการพยาบาลอาชีวอนามัย ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ รองศาสตราจารย์ลออ หุตางกูร ได้ส่งจดหมาย จากสมาคมพยาบาลอาชีวอนามัยนานาชาติ มาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับพยาบาลอาชีวอนามัยว่ามี พยาบาลอาชีวอนามัยทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่ มีการจัดการเรียนการสอนพยาบาล อาชีวอนามัยตามสถาบันการศึกษาหรือไม่ มีสมาคมวิชาชีพพยาบาลอาชีวอนามัยหรือไม่ ซึ่งเป็นจดหมายจากเลขานุการของสมาคมพยาบาลอาชีวอนามัยนานาชาติ พร้อมทั้งได้เชิญพยาบาลอาชีวอนามัยจากประเทศไทยให้ไปร่วมประชุมที่กรุงดับลิน ประเทศไอแลนด์ ระหว่างวันที่ 9-14 กันยายน 2527

           แต่เนื่องจากพยาบาลอาชีวอนามัย หรือพยาบาลประจำโรงงานอุตสาหกรรมใน พ.ศ. 2527 ยังไม่ได้รวมตัวกันเป็นสมาคมวิชาชีพ จึงไม่สามารถติดต่อกับสมาคมพยาบาลอาชีวอนามัยนานาชาติได้

           ด้วยเหตุการณ์ดังกล่าว จึงได้มีการประชุมพยาบาลซึ่งทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม และอาจารย์ผู้สอนวิชาการพยาบาลอาชีวอนามัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อจัดตั้งชมรมพยาบาลอาชีวอนามัย เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2528 เพื่อพัฒนาวิชาชีพและคุ้มครองสิทธิประโยชน์แห่งวิชาชีพ รวมทั้งเป็นตัวแทนของพยาบาลอาชีวอนามัยในประเทศไทยติดด่อแลกเปลี่ยน ความรู้ประสบการณ์ในงานอาชีวอนามัยกับต่างประเทศ การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ศูนย์ศึกษาและสาธิตบริการอาชีวอนามัย สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการและได้ร่วมมือกันระหว่างพยาบาลผู้ปฏิบัติงานในโรงงานอุตสาหกรรม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลสมุทรปราการและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหิดลก่อตั้งชมรมพยาบาลอาชีวอนามัยแห่งประเทศไทยขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2528

           กรรมการบริหารและสมาชิกของชมรมพยาบาลอาชีวอนามัยได้ให้ความร่วมมือในการรับนักศึกษาพยาบาลสาธารณสุข ทุกหลักสูตรเข้าศึกษาดูงานในโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งสมาชิกชมรมฯ ปฏิบัติงานอยู่เช่น โรงงานลิเวอร์ บราเธอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โรงงานบริษัท เชลล์ แห่งประเทศไทย เป็นต้น

           พ.ศ. 2535 มีการจัดประชุม ASIAN Conference on Occupational Health ที่โรงแรมเซ็นทรัล พลาซา กรุงเทพฯ ซึ่งกรรมการบริหารชมรมฯ และสมาชิกได้ร่วมจัดประชุมและเสนอผลงานวิจัยของพยาบาลอาชีวอนามัยในการประชุมครั้งนี้ด้วย

           สำหรับกรรมการบริหารของชมรมพยาบาลอาชีวอนามัย แห่งประเทศไทย (The Occupational Health Nurse Association of Thailand) มี 15 คน
วัตถุประสงค์ของชมรมพยาบาลอาชีวอนามัย มีดังนี้
1. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพพยาบาลอาชีวอนามัย
2. เพื่อช่วยเหลือด้านสวัสดิการแก่สมาชิก
3. เพื่อเสริมสร้างสามัคคีระหว่างสมาชิก
4. เพื่อเป็นตัวแทนของวิชาชีพในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานหรือองค์กรของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง
5. เพื่อช่วยเหลือสังคมตามแนวทางแห่งวิชาชีพ ทั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง โดยมีสำนักงานของชมรมอยู่ ณ ศูนย์ศึกษาสาธิตและบริการอาชีวอนามัย ต. สำโรงใต้ จ. สมุทรปราการ ในปัจจุบันสมาชิกของชมรมพยาบาลอาชีวอนามัยแห่งประเทศไทย มีจำนวน 300 คนเศษ

           ในการศึกษาดูงานและเสนอผลงานวิจัยในต่างประเทศ ได้ศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น และสมาคมพยาบาลอาชีวอนามัยแห่งประเทศญี่ปุ่น ได้จัดประชุมเรื่อง Lets Exchange Information and Expansions in Occupational Health Nursing in Asia เมื่อพ.ศ. 2542 และเชิญ รศ. ประวิตร ระเบียบ ประธานชมรมพยาบาลอาชีวอนามัยเข้าร่วมประชุมเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เมื่อ พ.ศ. 2543 และ ผศ. ดร.อรวรรณ แก้วบุญชู ไปร่วมประชุม Afro-ASIA MINI Conference on Occupational Health Nursing พ.ศ. 2545

           พ.ศ. 2544 ได้ก่อตั้งชมรมพยาบาลอาชีวอนามัยแห่งประเทศไทย สาขาภาคเหนือขึ้น เมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2544 โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์รุจิภาส ภู่สว่าง เป็นประธานชมรม (พ.ศ. 2544 – พ.ศ. 2550)

การก่อตั้งสมาคมการพยาบาลอาชีวอนามัย

           พ.ศ. 2550 ได้ก่อตั้งเป็นสมาคมการพยาบาลอาชีวอนามัยแห่งประเทศไทยขึ้น เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2550 โดยการร่วมกันผลักดันของคณะกรรมการบริหารของชมรม อาทิ รองศาสตราจารย์ประวิตร ระเบียบ รองศาสตราจารย์ ดร. พิมพ์พรรณ ศิลปสุวรรณ รองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ แก้วบุญชู และนางวราศรี สีตลพฤกษ์ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมคนแรกของประเทศไทย คือ นางวราศรี สีตลพฤกษ์ ส่วนสาขาภาคเหนือ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์รุจิภาส ภู่สว่าง

เอกสารอ้างอิง

1. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ เอกสารการสอนชุดวิชา หน่วย 8-15 กรณีเลือกสรรการพยาบาลอนามัยชุมชน บริษัทรุ่งศิลป์การพิมพ์ พ.ศ. 2528
2. ประวิตร ระเบียบ เอกสารการสอนวิชาการพยาบาลอาชีวอนามัย ภาควิชาการพยาบาลสาธารณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2532
3. ประวิตร ระเบียบ เอกสารหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตสาธารณสุขศษสตร์สาขาการพยาบาลอาชีวอนามัย หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2534 ภาควิชาพยาบาลสาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2534
4. นายแพทย์เอิบ ณ บางช้าง คำกล่าวรายงานเนื่องในพิธีเปิดศูนย์อาชีวอนามัยภาคกลาง ตำบลสำโรงใต้ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ. 2530
5. Slaney, Brenda. Occupational Health Nursing London: Croom Helm, 1983
6. Permanent Commission and International Association on Occupational Report of the Nursing Sub. – Committee 1966-1969 “The Nurse’s Contribution to the Health of the Worker” September 1969

วัตถุประสงค์ของสมาคม
  • เป็นองค์กรกลางในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ และกิจกรรมความร่วมมือทางวิชาชีพการพยาบาลอาชีวอนามัยระหว่างสมาชิกภายในระดับประเทศและระดับสากล

  • ประสานความร่วมมือในการพัฒนา และยกระดับมาตรฐานวิชาชีพในกลุ่มพยาบาลและงานอาชีวอนามัย หรือสมาคมที่เกี่ยวข้องกับงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของผู้ใช้แรงงานทั้งในระดับประเทศและระดับสากล

  • ประสานความร่วมมือทางวิชาการ เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาทางการพยาบาล อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของผู้ใช้แรงงานร่วมกับหน่วยงาน องค์การ ภาครัฐและเอกชนทั้งในระดับประเทศและระดับสากล
การพัฒนาวิชาชีพการพยาบาลอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

แผนผังความคิดเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพการพยาบาลอาชีวอามัย สรุปมาจากการเรียนใน ชั้นเรียน การทาแบบฝึกหัด การระดมสมอง ของผู้รับการอบรมและจากความคิดเห็นของนักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาการพยาบาลอาชีวอนามัย ซึ่งตนเองมีโอกาสได้สอน การพัฒนาวิชาชีพที่ยั่งยืนนั้นผู้เข้ารับการอบรมและนักศึกษาระดับปริญญาโทมีความคิดเห็นตรงกันจากทุกรุ่นว่าสิ่งสาคัญเป็นอันดับแรกคือ การพัฒนาตนเอง ในด้านความรู้ สมรรถนะ ทางการพยาบาลอาชีวอนามัย ส่วนปัจจัยอื่นที่สนับสนุนให้การพัฒนาวิชาชีพมีความยั่งยืน ได้แก่ สมาคมวิชาชีพด้านการพยาบาลอาชีวอนามัย นโยบายของประเทศ สภาการพยาบาล ฉะนั้นแนวคิดในการพัฒนาวิชาชีพการพยาบาลอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนเป็นแนวคิดที่พัฒนาจากผู้เรียนโดยตรง โดยใช้บริบทของสังคมไทย จึงหวังว่าแนวคิดนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพยาบาล อาชีวอนามัยและระบบการจัดบริการทางด้านอาชีวอนามัยของประเทศ


  ผศ.รุจิภาส ภู่สว่าง
นายกสมาคมการพยาบาลอาชีวอนามัยแห่งประเทศไทย สาขาภาคเหนือ


          

 

สงวนสิทธิ์ข้อมูลทั้งหมดภายในเว็บไซต์นี้โดย สมาคมการพยาบาลอาชีวอนามัย แห่งประเทศไทย สาขาภาคเหนือ
ที่ตั้งของสมาคม คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชั้น 4 อาคารเทพกวี ห้อง 409
110 ถนนอินทวโรรส ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
หากท่านต้องการติดต่อ กรุณาอีเมล์มาที info@aohn-nt.org , ohnant@hotmail.co.th